Tuesday, March 15, 2011

หยุด!

สวัสดีครับ กลับมาอีกครั้งกับ blog ที่นานๆจะมาอัพเดทซักที
ที่เขียนๆมานี่ก็ไม่ค่อยจะมีลำดับเท่าไหร่ คราวนี้ก็ก้าวกระโดดซะ
ภาพชุดนี้ เป็นพื้นฐานการถ่ายภาพที่ทราบมานานแล้ว แต่ยังทำไม่ได้
อันเนื่องมาจากว่า อุปกรณ์ไม่พร้อม จนมาถึงวันนี้ วันที่อุปกรณ์พร้อม
อะไรที่แพงๆ ก็ถูกลง หาง่ายขึ้น ก็ลองมาทำกันดูบ้าง

งานนี้ได้แรงดลใจมาจากพี่ในเวบ www.thaivwclub.com
อุปกรณ์หลักๆที่ใช้ในภาพชุดนี้ก็คือ แฟลช เพื่อให้ได้สปีดชัตเตอร์ที่สูง
พอที่จะหยุดความเคลื่อนไหวได้ งานนี้คือหยดน้ำนะครับ
อีกอย่างที่ต้องใช้เพื่อให้ได้ภาพที่อยู่ในมุมเดิม คือขาตั้งกล้องครับ

ชุดนี้ผมถ่ายในอ่างล้างจาน ถ่ายน้ำที่หยดลงจากก๊อกที่เปิดไว้นิดๆ
หยดลงในชามข้าวแมว ตั้งกล้องกล้องไว้บนขา พร้อมกับเลนส์ 100mm.
focus ลงที่จุดน้ำหยดพอดี แฟลชต่อกับชุด wireless ถูกๆยิงเข้าผนัง
แฟลชเป็น manual ไม่สามารถปรับระดับความแรงได้ ต้องขยับระยะเอา
สปีดชัตเตอร์ ก็ตั้งไว้สูงๆ เอาชิดๆ กับสปีดสูงสุดที่ syn กับแฟลชครับ
จะให้ดี ก็รูรับแสงแคบนิดนึง เพื่อให้ได้ระยะชัดที่ลึกขึ้นนะครับ

ชุดนี้ยิงไปเป็นร้อยรูปครับ ส่วนใหญจะได้น้ำเป็นเส้น
จุดสำคัญคือการกะเวลากดชัตเตอร์ จริงๆแล้วคือตั้งใจให้ได้ช่อมงกุฎ
ซึ่งก็เป็นอะไรที่ยากที่สุดครับ พวกที่ยากระดับกลางคือ หยดลอยๆ

ใครพอหาอุปกรณ์พวกนี้ได้ ก็ลองทำดูครับ สนุกดีทีเดียว
สวัสดีครับ



Thursday, August 26, 2010

กล้องที่คาดหวังอะไรไม่ได้เลย ภาค สอง

สวัสดีครับ
ต่อเนื่องจากเรื่องที่แล้ว ผมยังไม่ได้ลงรายละเีอียดมากนัก
คราวนี้ก็จะเอารายละเอียดมาเล่าให้ฟังกันครับ
ก่อนอื่น A66 ตัวนี้มีหลายคนบอกว่า มันเหมือน เห็ดที่สี่
ผมก็ว่ามันไม่เหมือนเท่า คุณ 110 นะ เหมือนกว่าเยอะ
แต่ในที่สุด ผมก็พบว่า Facebook มองเป็น A66 เป็น G1
เห็นยังไง ก็เวลาเล่น Facebook มันก็จะมีแจก Software ด้านล่าง

Download Facebook for your G1

ตอนใช้ E71 มันก็รู้จักนะ คราวนี้ทำไมไม่รู้ รึว่ามันใหม่มาก อิอิ
เอาหล่ะ ถาม Google ซิ G1 คืออะไร
 นี่ไง มันเห็นเป็นตัวนี้ ไม่รู้ที่เค้าว่าเหมือน เพราะแบบนี้ด้วยรึป่าว

G1 ก็เป็น Android ตัวแรก (รึป่าวหนอ) ไม่งั้นก็ตัวแรกๆ
ส่วนที่ต่างก็คือมีคีย์บอร์ด ปุ่มก็มาแนวเดียวกันเลย
OS ก็เป็นตัวเดียวกัน อันนี้อาจเป็นอีกอย่างที่ทำให้
Facebook มันว่ามันเป็นตัวเดียวกัน

มาถึงเรื่องการใช้งานกันบ้างนะครับ
จอแบบ Resistive คือแบบเดียวกับ touch screen รุ่นเก่าๆ
ต้องออกแรงกด ผิวจอยุบลงนิดหน่อย ทำให้การลากลำบากนิดนึง
ไม่เหมือนพวกที่เป็น Capacitive ที่แค่แตะเท่านั้นครับ จึงลากได้ลื่นกว่า
นั่นอาจเป็นเหตุผลนึงที่มี trackball มาช่วย แต่ trackball ก็ไม่ลื่นเท่าไหร่
ทีนี้ก็ต้องลองปรับกันดูหล่ะครับ ว่าใช้อะไรแบบไหน ถึงจะลื่น
ผมมักจะใช้เล็บจิกแล้วลาก จะลื่นกว่าครับ ละเอียดกว่าด้วย
แต่ถ้าจะผ่านๆ ก็ใช้ trackball การทำงานต่างๆ ก็ต้องร่วมกับปุ่มทั้ง 4

การควบคุมก็พอได้นะครับ ส่วนเรื่องของ Android
ผมยังใหม่กับมันมากๆ แต่ก็เข้าใจง่าย ใช้ได้เลยโดยไม่ต้องศึกษามาก
ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ก็พอเป็นครับ
software ต่างๆที่ให้มาก็พอเพียงกับการใช้งานเบื้องต้น
การใช้งานโทรศัพท์ e-mail contact office ฯลฯ
ส่วนที่ต้องเพิ่มเติมก็มีบ้างครับ เช่น โปรแกรมสำหรับปิด task ต่างๆ
เนื่องจากโปรแกรม(หรือ App) ต่างๆบางตัวจะปิดไม่ได้
เราก็ต้องหา App มาปิด App ครับ
App อื่นๆ ก็แล้วแต่จะเลือกใช้ละกันครับ มีเยอะมาก
ที่ผมลงเพิ่มก็มี Opera เล่นลื่นกว่าของเดิมเยอะครับ
ตัวอื่นๆ จะค่อยมารีวิวเพิ่มนะครับ

ตัวที่ผมชอบมากคือ มี software สำหรับ syn มาในเครื่อง
เสียบเข้า USB ปุ๊บ โปรแกรม syn ก็ติดตั้งให้พร้อมใช้
ไม่ต้องใช้ CD หรือ download กันอีก

ยาวไปไม๊ พอก่อนละกันครับ
สวัสดีครับ

Saturday, August 21, 2010

กล้องที่คาดหวังอะไรไม่ได้เลย

สวัสดีครับ
กลับมาอีกแล้ว กลับกล้องที่หวังอะไรไม่ได้ 55
จริงๆมันก็ไม่ใช่กล้องครับ เพียงแต่ติดกล้องมาให้ด้วย
ไม่มีอะไรครับ ไปซื้อโทรศัพท์มาใหม่ สนอง need ตัวเอง
ก็หาอยู่นานว่าจะซื้ออะไรดี พอเลือกได้ก็ดุ่ยๆไปสอยมา

ก็เลยจะเอามาเล่าให้ฟังว่ามันเป็นยังไงบ้างเท่านั้นเองครับ
เริ่มแรกก็มีโทรศัพท์อยู่แต่รู้สึกว่า คีย์บอร์ดแบบ คิวตี้ๆ อะไรนั่น ใช้ลำบากมาก
ก็เลยอยากหาอะไรที่ใช้ง่ายกว่า เริ่มแรกก็มองไปทาง ไอโปน แต่แพงจัด
มือสอง รุ่นแรก ก็ไม่ต่ำเจ็ดพัน ขายของเก่าไปต้องเพิ่มเงินดี ไหนจะเสี่ยง
ไม่มีประกันอีก ก็มองหาต่อไป จึงเริ่มศึกษา Touch Phone ต่างๆ
แล้วก็เริ่มมองไปที่ Android ใหม่มากๆ ไม่เคยจับเลย
ศึกษาใหม่หมด จนมาพบดาวเด่นที่ใครๆ ก็พูดถึง เวลกัม A88
ทำไมต้อง A88 ก็ประมาณว่า ครบเครื่อง แต่ถูก ว่างั้น
ส่วนการใช้งาน ก็เห็นว่าดี นิ่ม ลื่น ก็ว่ากันไป แต่สำหรับผม มันยังแพงอยู่

ความตั้งใจจริงๆ ก็แค่เอามาเป็นเครื่องสำรองสำหรับการโทร
แต่เป็นเครื่องหลักสำหรับการเล่นเนต Facebook แบบที่ไหนก็ได้

และแล้วก็มาเจอดาวดวงใหม่ มาแรง แซงด้วยราคา (ตามงบ)
e110 น้องเล็ก Android จากค่าย อาเซ่อ
รูปร่างดี หน้าตาน่ารัก เสียอย่างเดียว ไม่มี wifi
ตอนแรกก็ว่าไม่เป็นไร ออก 3G/EDGE/GPRS อย่างเดียวก็พอ
ราคาก็งาม 5,990 บาท แหม ถูกใจ ถูกเงินจริงๆ
แต่ด้วยความใจเย็น เราก็รอดูต่อไป แล้วก็มาเจอนางนี้
A66 น้องเล็ก Android จากค่ายเวลกัม
ดูไปดูมา หน้าตามันชั่งละม้ายคล้าย e110 จัง
ถ้ามองว่ามีอะไรเหมือนกันบ้าง ลองดูจาก link เอานะครับ
ฝาหลังที่ แถบจะเป๊ะกันเลยทีเดียว
ด้านหน้า แม่ตำแหน่ง และชนิดของปุ่มควบคุมต่างๆ จะไม่เหมือน
แต่จำนวนมันเท่ากันแน่ๆ และหน้าที่เหมือนกันด้วย

เอาหล่ะ เรื่องความเหมือนภายใน ใช่ OS ตัวเดียวกัน
เครื่องในไม่่เหมือนแฮะ ไม่รู้อำกันรึป่าว
แต่ก็เถอะ ใกล้กันมากๆ แต่ A66 ติด wifi มาให้ แต่ไม่มี 3G
ช่างมันเถอะ ก่อนจะถึงดค้งสุดท้ายผมก็ถามน้องที่ใช้ WellcoM มาก่อน
จะเลือกอะไร น้องบอก acer เพราะอันนั้นเคยใช้แล้ว xx
อืมมม นะ แต่ก็พอจะรู้มาว่า WellcoM ไม่ได้ทำสินค้าเอง
มันมันจะมีตัวต้นแบบให้เห็นอยู่ทั่วไป เพราะฉะนั้น คงไม่เหมือนกันทุกตัวนะ

โค้งสุดท้ายมาจบลงตรงที่ อ่านเจอมาว่า A66 5,990 เท่ากัน แต่.......
มีคนซื้อได้ 3,990 ก็เลยตัดสินใจไปว่า เอาวะ ราคาแค่นี้ ลองดูซิ
มันขายเท่านี้จริงๆครับ ขอลองจับดูหน่อย แล้วก็สอยกลับบ้าน
มีเรื่องตื่นเต้นก่อนกลับนิดหน่อย อิอิ เครื่องแรกที่แกะออกมา
จอมันสั่นครับ ตั้งแต่อยู่ในร้านเลย 555 ก็บอกคนขายไป เค้าก็เปลี่ยนให้ใหม่
ตื่นเต้นไม๊หล่ะครับ 555 แต่ก็นะ มาครึ่งทางแล้ว เอากลับบ้านมาซะ

ตอนนี้ผมก็ได้ทดลองมันมา โดนเริ่มต้นจาก 0 จริงๆ
ปรากฎว่ามันทำให้ผมทึ่ง Android มันทำกันได้ครับ
บอกไม่ถูกเลย เอาเป็นว่า OS software ต่างๆ ดีทีเดียวครับ
ไม่ต้องอ่านคู่มือมาก ก็พอเข้าใจมันได้ ไม่ยาก
ตอบสนองความต้องการของผมได้ดีครับ
คีย์บอร์ด Touch screen ก็ใช้ได้ ตั้งเครื่องจะเล็กหน่อย
ถ้าตะแคงก็จะกว้างขึ้นครับ ยังสงสัยหลายอย่าง รู้แล้วจะมาบอกนะครับ

ส่วนตัวเครื่อง ก็ออกแนวบอบบาง เบา ต้องระวังหน่อยครับ
ปุ่มกดที่ให้มาก็มี กดเบาไม่ติดบ้าง แทรกบอลก็มีโดดบ้าง
ตำแหน่งปุ่มก็เล็ก และมีกีดขวางเล็กน้อยครับ
ก็ต้องปรับตัวกันพอสมควร

ตอนนี้เวลาผ่านไปหนึ่งวัน กับการเล่นแบบเรื่อยๆ
Battery เหลืออยู่ 40% ใช้งานคล่องขึ้น เข้าใจมันมากขึ้น
ผมสรุปให้ตัวเองว่า 3,990 ที่จ่ายไปคุ้มค่าครับ
แต่เห็นหลายคนบอกว่า เพิ่มเงิน สอย A88 คุ้มกว่า
ผมก็ถามตัวเองว่า เพิ่มเงินอีก 5,000 เป็น 8,990
มันคุ้มสำหรับผมไม๊....   ไม่ครับ ไม่คุ้มแน่
3,990 เล่นเนต facebook email
ควบคุมการเชื่อมต่อ EDGE หรือ Wifi ได้เองชัวๆ
interface ที่ยอมรับได้ พอแล้วครับ สำหรับผม

แต่ที่แย่ จนต้องเอามาเป็นหัวข้อก็คือ กล้องห่วยมากๆ
ไม่อยากจะคิดถึงมันเลย ห่วยจริงๆครับ

มีอะไรใหม่ ก็จะมา Update นะครับ
สวัสดีครับ


Thursday, July 8, 2010

ถ่ายภูเขา ต้อง F เท่าไหร่

สวัสดีครับ
หายไปนานเลย ไม่รู้มัวไปทำอะไร หรือไม่ได้ทำอะไร ก็ไม่รู้
กลับมารอบนี้ ก็บังเอิญว่ามีอะไรมากระตุ้นต่อมเล็กน้อย ก็เลยเขียนซักหน่อย

เรื่องที่จะเล่าถึงนี้ก็ผ่านมาซักพักนึงแล้ว ก็เหมือนเดิมครับ เจอคำถาม
"ถ่ายสิ่งนี้ ต้อง F เท่าไหร่" ที่จริงผมว่า บางท่านอาจจะเข้าใจผิดเรื่อง ปรับอะไร เพื่ออะไร
สุดท้ายทุกอย่างก็สัมพันธ์กันไปหมดอยู่ดี มาว่ากันทีละอย่างดีกว่านะครับ

อย่าง F , F-Stop หรือรูรับแสง นอกจากจะให้แสงเข้าได้มากน้อย ทำให้ภาพมืด สว่าง
มันก็จะมีผลเรื่องชัดตื้น ชัดลึกอีกด้วย ซึ่งอย่างไร ก็จะต้องไปสัมพันธ์กับ S, Speed, Shutter speed

Shutter speed ก็จะควบคุมให้แสงเข้าได้เป็นช่วงเวลา มากหรือน้อย
ผลที่ได้อย่างแรกก็คือทำให้ภาพมืด หรือสว่าง สัมพันธ์กับรูรับแสงตรงๆ
และผลอีกอย่างคือ การเห็นความเคลื่อนไหว หรือหยุดการเคลื่อนไหวในภาพ

ทีนี้มาดูว่า ถ่ายอะไร ต้องใช้ปรับอะไรเท่าไหร่
ยกตัวอย่างการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ อยู่ห่างจากตัวเรามากมาย
ดังนั้นจึงควรจะถ่ายให้ชัดลึกๆไว้ก่อน ชัดลึก ก็ต้องรูรับแสงแคบๆ
แต่ข้อจำกัดก็มีอยู่ว่า แสงต้องพอ เพราะรูรับแสงแคบ แสงจะเข้าได้น้อย
หากแสงในขณะนั้นมีน้อย ก็จะทำให้สปีดต่ำลงไปอีก อาจมีผลเรื่องมือสั่นได้อีก
ถ้าต่ำมากไป ก็คงต้องอาศัยขาตั้งกล้องช่วยครับ แต่ก็ยังมีอีกทางที่แก้ปัญหาได้
คือการเปิดรูรับแสงให้กว้างขึ้น ช่วงชัดก็จะตื้นขึ้น แต่ก็ได้สปีดกลับมาครับ

หรือตัวอย่างที่สอง การถ่ายภาพน้ำตกให้นุ่ม ขาว เป็นสาย
ปกติคือเราต้องใช้สปีดต่ำๆ ร่วมกับขาตั้งกล้องอยู่แล้ว
แต่ก็อาจมีปัญหากับสภาพแสงเช่นกัน คือถ้าบริเวณน้ำตก แสงพอประมาณ
เราก็อาจจะถ่ายได้เลย เพราะสปีดต่ำ ต้องใช้รูรับแสงแคบๆ
แต่ถ้าหากว่าแสงจัดมากๆ รูรับแสงก็อาจจะแคบสุดแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้สปีดที่ต้องการ
เราก็ต้องหา filter มาช่วยลดแสงลงเพื่อให้ได้แสงที่อ่อนลงครับ

จากที่เล่าไปคงจะพอดูออกนะครับ ปรับอะไรมีผลกับอะไร
นี่ยังไม่นับเรื่อง การชดเชยแสงอีกนะครับ ทำไมต้องชดเชย
ไปปรับเอาในคอมฯไม่ง่ายกว่ารึ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องเล่ากันยาวๆครับ

ไว้จะมาเล่าอีกนะครับ
วันนี้ปวดเอวละ แค่นี้ก่อนละกัน
สวัสดีครับ
(ตัวอย่างรูปก็ไม่มีเนาะ ไว้จะหามาเพิ่มให้นะครับ)

Friday, May 21, 2010

Compact เล็กๆ ที่ไม่ธรรมดา (มากับดวง)

สวัสดีครับ มิตรรักแฟนเพลงทุกท่าน
ผมนายทอมมี่ ขี้โม้ มาอีกแล้ว แต่วันนี้แค่เอารูปมาให้ดูก่อน
กล้อง compact BenQ DC C1035 10MegaPixels

ได้มาเพราะโชคเข้าข้าง เล่าสั้นๆละกันนะครับ
วันนี้ไปงานสัมนา HP DSJ ก็มีแจกรางวัลหล่ะครับ ตามระเบียบ
รางวัลก็มีสองแบบ คือ รางวัลโชคเข้าข้าง จับอย่างเดียว มี BB 1 ตัว กล้อง 1 ตัว อื่นๆเล็กน้อย
และรางวัลพยายามหน่อยเผื่อโชคเข้าข้าง มีกล้อง 2 ตัว ผมได้มา 1 ตัว อิอิ
มีให้ตอบคำถาม เก็บคะแนน ทีละ 5-10 คะแนน บางข้อก็พิเศษหน่อย
ผมได้ข้อพิเศษนั้นมา แหะๆ คะแนนผมคือ 5+10+5+20 ตอบ 4 คำถามได้กล้อง อิอิ
อีกท่านที่ได้กล้อง ตอบคำถามมากหน่อยครับ ทีละ 5 ทีละสิบ ได้ไป 50 คะแนน

โชคมันไม่ได้มาเองเต็มๆ เราก็ต้องพยายามหน่อยนะครับ
ถ้าผมไม่ได้ข้อ 20 คะแนน ก็คงอดไปแล้ว โชคช่วย ช่วยโชคนะครับ

กลับมาที่กล้องดีกว่า ของรางวัลราคามันคงไม่แพงอ่ะนะ ประหยัดงบคนแจก
แต่กล้องถูกๆตัวนี้ก็ไม่ธรรมดานะครับ เพราะหลังจากลองเล่นมันมาเล็กน้อย
เอารูปมาลงคอมฯดูแล้ว ก็คิดได้ว่า คงต้องทดสอบอย่างจริงจังซะแล้วครับ
ไว้จะมารายงานอีกครั้งนะครับ

วันนี้แค่นี้ก่อน
สวัสดีครับ






Wednesday, May 5, 2010

จับกระแส จับของแพง

สวัสดีเดือนห้าครับ
สืบเนื่องมาจากข่าวเกี่ยวกับการสร้างภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ได้เคยไปชมสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้มาครั้งนึง เมื่อไม่นานมานี้
เป็นพื้นที่ในกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ อำเภอเมือง กาญจนบุรี
เนื้อที่เท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่ากว้างมากครับ





จริงๆ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาเล่าเรื่องนี้หรอกนะครับ ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ ก็ผ่านไปหลายที่
เพื่อนร่วมทริปก็มากมายเหลือเกิน ทริปท่องเที่ยว ก็คงหนีไม่พ้นถ่ายรูป
ทริปนี้ผมคิดผิดที่ไม่เอากล้อง SLR ไปด้วย แต่ดันเอา Notebook ไปแทน
แทนที่จะได้ถ่ายรูปสนุกสนาน กลายเป็นต้องไปทำงานนอกสถานที่ซะ
(ไปเที่ยว อย่าเอาอุปกรณ์ทำงานไปนะครับ)
จังหวะที่นั่งทำงาน แล้วคนอื่นๆไปทำกิจกรรมกัน ก็ได้รับตำแหน่งรับฝากของไปด้วย







มีโอกาสได้จับสองตัวนี้เทียบกัน ก็เห็นจะจะ ว่ามันคนละเรื่องกันเลย
ผมคงไม่บรรยายรายละเอียดอะไรนะครับงานนี้
งานนี้เจ้าตัวเล็กมากับเลนส์ 50mm. ตัวที่ใครๆก็มีติดกระเป๋า
ส่วนเจ้าตัวใหญ่ใส่ 35mm. LEICA ปรับมือล้วนๆ

พูดถึงเจ้าตัวใหญ่นี่ ใหญ่ หนัก ไม่ใช่ของเล่นจริงๆครับ
จับเจ้านี่ ต้องเอาจริงเอาจังพอสมควร สาวๆวัยรุ่นมาถือ ซักพักคงทิ้ง เพราะหนักมาก
ตัวกล้องมาแบบเนียนๆ แน่นๆ จับถือเข้ามือเหลือเกิน เหมาะกับมือผมจริงๆ (มือใหญ่)
ปุ่มปรับต่างๆ มีมาให้แบบไม่ต้องหามากมายก็เจอและใช้งานง่าย (มียากบ้าง)
การใช้งานร่วมกับ Fix 35mm. ของ LEICA ก็นุ่มเนียนเข้ากันได้ดีทีเดียว
ประมาณว่า เทียบรุ่นกันได้ ภาพที่ได้ก็จะดูแปลกตา ทั้งสี ความเปรียบต่าง ความชัด
การปรับด้วยมือ ทำให้ได้ความรู้สึกเก่าๆกลับมาอีกครั้ง

ภาพที่ได้จากกล้องทั้งสองตัว เทียบกันไม่ได้ ไม่ใช่เพราะคนละชั้นกันนะครับ
อย่าเอามาเทียบกันดีกว่าครับ มันไม่เหมือนกันเลย ทั้งตัวรับภาพทั้งเลนส์
หรือจะเทียบให้เห็นกันชัดๆ เค้าว่ากันว่า 550D เป็น Baby 7D
งั้นเจ้าตัวเล็กนี้ ก็คงเป็นไข่ ไม่ก็..... ก่อนผสม อิอิ

มีเรื่องมาเล่าแค่นี้เองครับ จะกล้องอะไร เลนส์อะไรก็ถ่ายรูปให้สวยได้นะครับ
ถ้าเราใช้กล้อง เลนส์ และความรู้ที่มีให้เป็นประโยชน์ ใช้ให้เต็มขีดความสามารถ
ช่วงนี้ก็จะเห็นมีการคุยเรื่องแสง และองค์ประกอบภาพมากขึ้น นี่ก็เรื่องนึงครับ
ไว้คงจะมีอะไรมาเล่าอีกครับ

ขอให้สนุกกับการถ่ายภาพนะครับ
สวัสดีครับ

Wednesday, April 7, 2010

จะซื้อกล้องที่ไหนดี

สวัสดีครับ กลับมาอีกครั้ง กับคำถามประจำ (แต่แปลกกว่าเดิม)
"จะซื้อ D90 ร้านไหนดี ที่มีของแถมเยอะๆ"
ดูจากคำถามแล้ว ก็แสดงว่าเลือกรุ่นได้แล้ว ที่เหลือก็หาร้านที่จะซื้อ
ก่อนที่จะมาถามผมแบบนี้ ก็แสดงว่าหาข้อมูล ทำการบ้านมาเรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านั้นไปอีก ผมจำได้คุ้นๆว่าเคยมาถามผมก่อนแล้วว่า "ซื้อกล้องอะไรดี"

ก็อย่างที่เคยบอกไป สมัยนี้เด็กตัวเล็กๆยังถือกล้องกันเลย อันนั้นไม่ซีเรียส เพราะไม่ต้องเลือก
ยกระดับเลยวัยเด็กมาหน่อย ก็จะหันมาเลือกกล้องที่เป็น SLR หรือ SLR like
สำหรับผม คำตอบสุดท้ายที่มักจะตอบไปก่อน คือ มีงบเท่าไหร่ ซื้อของที่จำเป็นให้เต็มงบไปเลย
--ของที่จำเป็น กระเป๋า ขาตั้งกล้อง แฟลช เลนส์ ฯลฯ--
ทำไมถึงบอกว่าเป็นคำตอบสุดท้ายนะเหรอ ก็คือเมื่อศึกษาข้อมูลไประดับนึงแล้ว สุดท้ายก็ต้องดูที่งบ

หากเป็นคนที่ใหม่จริงๆ ก็จะยังเลือกไม่ได้ รุ่นไหน ราคาเท่าไหร่ ต่างกับอีกรุ่นยังไง ไม่รู้
ผมก็จะแนะนำให้ไปดูราคากล้องจากร้านต่างๆก่อนเลย ราคาจะไม่ต่างกันมานัก
ราคาแต่ละร้านที่ว่าก็จะมีสองแบบ คือประกันร้าน กับประกันศูนย์
ประกันร้าน คือของที่นำเข้ามานอกระบบปกติ ไม่ผ่านผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ ร้านต้องประกันเอง
ประกันศูนย์ คือของที่นำเข้ามา ผ่านตัวแทนจำหน่าย มีการรับประกันจากศูนย์ หรือตัวแทนจำหน่าย
ประกันร้านจะถูกกว่าพอสมควรครับ แต่ปกติผมจะไม่แนะนำให้ใครซื้อ เพราะเรื่องแบบนี้
เป็นเรื่องของความซวยซะมาก ของอยู่ในประกัน อยู่ดีดีก็เสีย ไร้เหตุผล
ร้านอาจไม่รับผิดชอบก็ได้ใครจะไปรู้ครับ สัญญากันปากปล่าว ของศูนย์อุ่นใจกว่าเยอะครับ
แต่ถ้ามั่นใจว่าไม่ซวย ก็ซื้อของถูกไป จริงๆก็มาตรฐานเดียวกัน
--อ่าว สรุปยังไงเนี่ย--ก็ถ้าไม่ซวย มันก็ไม่เสียไงครับ--ถ้าซวยมันเสียก็วัดใจกับร้านละกัน--

หลังจากสำรวจราคากันแล้ว เราก็จะได้กล้องมาหลายรุ่นเลยหล่ะครับ แล้วแต่งบครับ
คนที่งบเยอะๆก็จะได้ราคามาทั้งกล้องระดับล่างๆสำหรับมือใหม่ไปยันกลาง-สูงกันเลย
ส่วนคนที่งบน้อยๆ ก็จะได้มาในช่วงระดับล่างๆ หรือระดับกลางต้นๆ (กลางตกรุ่น)
จากนั้นก็จะมีคำถามมาอีกเพียบหล่ะครับ ฟังชั่นอันนั้นเอาไว้ทำอะไร อันนี้ดีไม๊ ต้องมีรึป่าว.....
ก็ตอบคำถามกันไป สุดท้ายก็จะมาจบที่ราคาอีกครั้ง ตัวที่แพงกว่า มักจะดีกว่า เป็นส่วนใหญ่นะครับ
ช่วงนี้คนซื้อจะ งง และสับสนมาก ผมก็ต้องมาถามกลับไปว่า อันไหนจำเป็นต้องใช้บ้าง (ไม่รู้อีก)
เช่นช่วงนี้ Trend ถ่ายภาพเคลื่อนไหวกำลังมา ก็ต้องถามว่า จำเป็นรึป่าว (ไม่รู้อีก งง)
ยังไงซะก็ตัดสินใจไม่ได้ ไปหาข้อมูลเพิ่มกันก่อนละกันนะ อิอิ
หลังจากนั้นก็จะมีคำถามมาเรื่อยๆครับ เริ่มจะรู้มากขึ้น มีข้อมูลมากขึ้น

นอกจากจะหาข้อมูลต่างๆแล้ว ผมมักจะแนะนำให้ไปจับกล้องในร้าน หรือของเพื่อนๆ เล่นดู
ของเพื่อนจะเล่นได้สดวกใจมากกว่าไปร้าน แต่ไปร้านจะได้เล่นหลายตัวมากกว่าครับ
รึไม่ก็ไปตีซี้กับพวกชมรมเวบต่างๆเลยก็ดี ข้อมูลเพียบครับ ของเล่นก็เพียบ
การได้สัมผัสไป พร้อมกับศึกษาไปจะทำให้เราเข้าใจมากขึ้น ตัดสินใจง่ายขึ้นนะครับ
กล้องต่างรุ่นต่างราคา ต่างฟังชั่นการทำงาน คุณภาพชิ้นงาน การใช้งาน เหล่านี้จะช่วยได้ครับ
แต่ก็อีกนั่นแหละ มือใหม่มากๆ ก็จะบอกว่า "แหะๆ หนูไม่รู้อ่ะ ไม่รู้สึกต่างอะไร"
หรือมีอีกพวกที่ใหม่มาก และรีบ จะเอาแล้วอ่ะ เลือกให้หน่อย ผมไม่เลือกให้นะครับ เดี๋ยวจะมาโทษกันอีก
ถ้ามาแนวนี้ ผมก็จะให้ไปลองจับ ลองเล่นที่ร้าน แล้วก็ซื้อเลยครับ ชอบอันไหนเอาอันนั้น
เลือกไม่ถูกก็เอาร้านเชียร์ หรือโยนหัวก้อยละกัน
กล้องตัวนี้คงไม่ได้ใช้ไปทั้งชีวิตเป็นแน่
ถ้าไม่เลิกไปซะก่อน คงต้องมีตัวใหม่ ซื้อเพิ่ม หรืออื่นๆ เป็นการศึกษา และใช้งานไปในตัว
การเปลี่ยนกล้อง ย้ายค่าย เพิ่มเลนส์ เป็นเรื่องปกติของคนที่ชอบในการถ่ายภาพ
คนที่ไม่ชอบจริงจัง วันนึงก็จะเลิกไปเอง เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยไปครับ

สำหรับ SLR เลือกกล้องแล้วก็ยังต้องเลือกเลนส์ ปกติผมจะแนะนำเลนส์ kit สำหรับมือใหม่นะครับ
ไม่ต้องคิดมา ใช้ไปก่อน แล้วค่อยซื้อเพิ่ม มือไม่ใหม่เค้ารู้อยู่แล้วว่าจะซื้ออะไร (เช่น Macro ในตอนที่แล้ว)

เมื่อเลือกได้แล้ว กล้องอะไร เลนส์อะไร กระเป๋าอะไร อย่างอื่นเอาไม๊
ก็เลือกร้าน ซื้อกันได้เลยครับผม แต่ร้านไหนก็เลือกเองนะครับ ผมไม่รู้
วิธีเลือกร้านของผม เอาร้านที่มีบริการ มั่นคงไม่ปิดหนี คนขายมีความรู้แนะนำได้
ร้านเล็กๆใช่ว่าไม่ดีนะครับ เค้าอาจบริการดี มีทุกอย่างที่บอกก็ได้ อันนี้ต้องศึกษาเองครับ
ผมก็แค่มาเล่าให้ฟังเท่านั้น

มีคำถามก็ยิงกันมาได้นะครับ ตอบได้ก็จะตอบให้นะครับ
สวัสดีครับ