สวัสดีครับ
หายไปนานเลย ไม่รู้มัวไปทำอะไร หรือไม่ได้ทำอะไร ก็ไม่รู้
กลับมารอบนี้ ก็บังเอิญว่ามีอะไรมากระตุ้นต่อมเล็กน้อย ก็เลยเขียนซักหน่อย
เรื่องที่จะเล่าถึงนี้ก็ผ่านมาซักพักนึงแล้ว ก็เหมือนเดิมครับ เจอคำถาม
"ถ่ายสิ่งนี้ ต้อง F เท่าไหร่" ที่จริงผมว่า บางท่านอาจจะเข้าใจผิดเรื่อง ปรับอะไร เพื่ออะไร
สุดท้ายทุกอย่างก็สัมพันธ์กันไปหมดอยู่ดี มาว่ากันทีละอย่างดีกว่านะครับ
อย่าง F , F-Stop หรือรูรับแสง นอกจากจะให้แสงเข้าได้มากน้อย ทำให้ภาพมืด สว่าง
มันก็จะมีผลเรื่องชัดตื้น ชัดลึกอีกด้วย ซึ่งอย่างไร ก็จะต้องไปสัมพันธ์กับ S, Speed, Shutter speed
Shutter speed ก็จะควบคุมให้แสงเข้าได้เป็นช่วงเวลา มากหรือน้อย
ผลที่ได้อย่างแรกก็คือทำให้ภาพมืด หรือสว่าง สัมพันธ์กับรูรับแสงตรงๆ
และผลอีกอย่างคือ การเห็นความเคลื่อนไหว หรือหยุดการเคลื่อนไหวในภาพ
ทีนี้มาดูว่า ถ่ายอะไร ต้องใช้ปรับอะไรเท่าไหร่
ยกตัวอย่างการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ อยู่ห่างจากตัวเรามากมาย
ดังนั้นจึงควรจะถ่ายให้ชัดลึกๆไว้ก่อน ชัดลึก ก็ต้องรูรับแสงแคบๆ
แต่ข้อจำกัดก็มีอยู่ว่า แสงต้องพอ เพราะรูรับแสงแคบ แสงจะเข้าได้น้อย
หากแสงในขณะนั้นมีน้อย ก็จะทำให้สปีดต่ำลงไปอีก อาจมีผลเรื่องมือสั่นได้อีก
ถ้าต่ำมากไป ก็คงต้องอาศัยขาตั้งกล้องช่วยครับ แต่ก็ยังมีอีกทางที่แก้ปัญหาได้
คือการเปิดรูรับแสงให้กว้างขึ้น ช่วงชัดก็จะตื้นขึ้น แต่ก็ได้สปีดกลับมาครับ
หรือตัวอย่างที่สอง การถ่ายภาพน้ำตกให้นุ่ม ขาว เป็นสาย
ปกติคือเราต้องใช้สปีดต่ำๆ ร่วมกับขาตั้งกล้องอยู่แล้ว
แต่ก็อาจมีปัญหากับสภาพแสงเช่นกัน คือถ้าบริเวณน้ำตก แสงพอประมาณ
เราก็อาจจะถ่ายได้เลย เพราะสปีดต่ำ ต้องใช้รูรับแสงแคบๆ
แต่ถ้าหากว่าแสงจัดมากๆ รูรับแสงก็อาจจะแคบสุดแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้สปีดที่ต้องการ
เราก็ต้องหา filter มาช่วยลดแสงลงเพื่อให้ได้แสงที่อ่อนลงครับ
จากที่เล่าไปคงจะพอดูออกนะครับ ปรับอะไรมีผลกับอะไร
นี่ยังไม่นับเรื่อง การชดเชยแสงอีกนะครับ ทำไมต้องชดเชย
ไปปรับเอาในคอมฯไม่ง่ายกว่ารึ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องเล่ากันยาวๆครับ
ไว้จะมาเล่าอีกนะครับ
วันนี้ปวดเอวละ แค่นี้ก่อนละกัน
สวัสดีครับ
(ตัวอย่างรูปก็ไม่มีเนาะ ไว้จะหามาเพิ่มให้นะครับ)
Thursday, July 8, 2010
Friday, May 21, 2010
Compact เล็กๆ ที่ไม่ธรรมดา (มากับดวง)
สวัสดีครับ มิตรรักแฟนเพลงทุกท่าน
ผมนายทอมมี่ ขี้โม้ มาอีกแล้ว แต่วันนี้แค่เอารูปมาให้ดูก่อน
กล้อง compact BenQ DC C1035 10MegaPixels
ได้มาเพราะโชคเข้าข้าง เล่าสั้นๆละกันนะครับ
วันนี้ไปงานสัมนา HP DSJ ก็มีแจกรางวัลหล่ะครับ ตามระเบียบ
รางวัลก็มีสองแบบ คือ รางวัลโชคเข้าข้าง จับอย่างเดียว มี BB 1 ตัว กล้อง 1 ตัว อื่นๆเล็กน้อย
และรางวัลพยายามหน่อยเผื่อโชคเข้าข้าง มีกล้อง 2 ตัว ผมได้มา 1 ตัว อิอิ
มีให้ตอบคำถาม เก็บคะแนน ทีละ 5-10 คะแนน บางข้อก็พิเศษหน่อย
ผมได้ข้อพิเศษนั้นมา แหะๆ คะแนนผมคือ 5+10+5+20 ตอบ 4 คำถามได้กล้อง อิอิ
อีกท่านที่ได้กล้อง ตอบคำถามมากหน่อยครับ ทีละ 5 ทีละสิบ ได้ไป 50 คะแนน
โชคมันไม่ได้มาเองเต็มๆ เราก็ต้องพยายามหน่อยนะครับ
ถ้าผมไม่ได้ข้อ 20 คะแนน ก็คงอดไปแล้ว โชคช่วย ช่วยโชคนะครับ
กลับมาที่กล้องดีกว่า ของรางวัลราคามันคงไม่แพงอ่ะนะ ประหยัดงบคนแจก
แต่กล้องถูกๆตัวนี้ก็ไม่ธรรมดานะครับ เพราะหลังจากลองเล่นมันมาเล็กน้อย
เอารูปมาลงคอมฯดูแล้ว ก็คิดได้ว่า คงต้องทดสอบอย่างจริงจังซะแล้วครับ
ไว้จะมารายงานอีกครั้งนะครับ
วันนี้แค่นี้ก่อน
สวัสดีครับ




ผมนายทอมมี่ ขี้โม้ มาอีกแล้ว แต่วันนี้แค่เอารูปมาให้ดูก่อน
กล้อง compact BenQ DC C1035 10MegaPixels
ได้มาเพราะโชคเข้าข้าง เล่าสั้นๆละกันนะครับ
วันนี้ไปงานสัมนา HP DSJ ก็มีแจกรางวัลหล่ะครับ ตามระเบียบ
รางวัลก็มีสองแบบ คือ รางวัลโชคเข้าข้าง จับอย่างเดียว มี BB 1 ตัว กล้อง 1 ตัว อื่นๆเล็กน้อย
และรางวัลพยายามหน่อยเผื่อโชคเข้าข้าง มีกล้อง 2 ตัว ผมได้มา 1 ตัว อิอิ
มีให้ตอบคำถาม เก็บคะแนน ทีละ 5-10 คะแนน บางข้อก็พิเศษหน่อย
ผมได้ข้อพิเศษนั้นมา แหะๆ คะแนนผมคือ 5+10+5+20 ตอบ 4 คำถามได้กล้อง อิอิ
อีกท่านที่ได้กล้อง ตอบคำถามมากหน่อยครับ ทีละ 5 ทีละสิบ ได้ไป 50 คะแนน
โชคมันไม่ได้มาเองเต็มๆ เราก็ต้องพยายามหน่อยนะครับ
ถ้าผมไม่ได้ข้อ 20 คะแนน ก็คงอดไปแล้ว โชคช่วย ช่วยโชคนะครับ
กลับมาที่กล้องดีกว่า ของรางวัลราคามันคงไม่แพงอ่ะนะ ประหยัดงบคนแจก
แต่กล้องถูกๆตัวนี้ก็ไม่ธรรมดานะครับ เพราะหลังจากลองเล่นมันมาเล็กน้อย
เอารูปมาลงคอมฯดูแล้ว ก็คิดได้ว่า คงต้องทดสอบอย่างจริงจังซะแล้วครับ
ไว้จะมารายงานอีกครั้งนะครับ
วันนี้แค่นี้ก่อน
สวัสดีครับ
Wednesday, May 5, 2010
จับกระแส จับของแพง
สวัสดีเดือนห้าครับ
สืบเนื่องมาจากข่าวเกี่ยวกับการสร้างภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ได้เคยไปชมสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้มาครั้งนึง เมื่อไม่นานมานี้
เป็นพื้นที่ในกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ อำเภอเมือง กาญจนบุรี
เนื้อที่เท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่ากว้างมากครับ


จริงๆ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาเล่าเรื่องนี้หรอกนะครับ ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ ก็ผ่านไปหลายที่
เพื่อนร่วมทริปก็มากมายเหลือเกิน ทริปท่องเที่ยว ก็คงหนีไม่พ้นถ่ายรูป
ทริปนี้ผมคิดผิดที่ไม่เอากล้อง SLR ไปด้วย แต่ดันเอา Notebook ไปแทน
แทนที่จะได้ถ่ายรูปสนุกสนาน กลายเป็นต้องไปทำงานนอกสถานที่ซะ
(ไปเที่ยว อย่าเอาอุปกรณ์ทำงานไปนะครับ)
จังหวะที่นั่งทำงาน แล้วคนอื่นๆไปทำกิจกรรมกัน ก็ได้รับตำแหน่งรับฝากของไปด้วย





มีโอกาสได้จับสองตัวนี้เทียบกัน ก็เห็นจะจะ ว่ามันคนละเรื่องกันเลย
ผมคงไม่บรรยายรายละเอียดอะไรนะครับงานนี้
งานนี้เจ้าตัวเล็กมากับเลนส์ 50mm. ตัวที่ใครๆก็มีติดกระเป๋า
ส่วนเจ้าตัวใหญ่ใส่ 35mm. LEICA ปรับมือล้วนๆ
พูดถึงเจ้าตัวใหญ่นี่ ใหญ่ หนัก ไม่ใช่ของเล่นจริงๆครับ
จับเจ้านี่ ต้องเอาจริงเอาจังพอสมควร สาวๆวัยรุ่นมาถือ ซักพักคงทิ้ง เพราะหนักมาก
ตัวกล้องมาแบบเนียนๆ แน่นๆ จับถือเข้ามือเหลือเกิน เหมาะกับมือผมจริงๆ (มือใหญ่)
ปุ่มปรับต่างๆ มีมาให้แบบไม่ต้องหามากมายก็เจอและใช้งานง่าย (มียากบ้าง)
การใช้งานร่วมกับ Fix 35mm. ของ LEICA ก็นุ่มเนียนเข้ากันได้ดีทีเดียว
ประมาณว่า เทียบรุ่นกันได้ ภาพที่ได้ก็จะดูแปลกตา ทั้งสี ความเปรียบต่าง ความชัด
การปรับด้วยมือ ทำให้ได้ความรู้สึกเก่าๆกลับมาอีกครั้ง
ภาพที่ได้จากกล้องทั้งสองตัว เทียบกันไม่ได้ ไม่ใช่เพราะคนละชั้นกันนะครับ
อย่าเอามาเทียบกันดีกว่าครับ มันไม่เหมือนกันเลย ทั้งตัวรับภาพทั้งเลนส์
หรือจะเทียบให้เห็นกันชัดๆ เค้าว่ากันว่า 550D เป็น Baby 7D
งั้นเจ้าตัวเล็กนี้ ก็คงเป็นไข่ ไม่ก็..... ก่อนผสม อิอิ
มีเรื่องมาเล่าแค่นี้เองครับ จะกล้องอะไร เลนส์อะไรก็ถ่ายรูปให้สวยได้นะครับ
ถ้าเราใช้กล้อง เลนส์ และความรู้ที่มีให้เป็นประโยชน์ ใช้ให้เต็มขีดความสามารถ
ช่วงนี้ก็จะเห็นมีการคุยเรื่องแสง และองค์ประกอบภาพมากขึ้น นี่ก็เรื่องนึงครับ
ไว้คงจะมีอะไรมาเล่าอีกครับ
ขอให้สนุกกับการถ่ายภาพนะครับ
สวัสดีครับ
สืบเนื่องมาจากข่าวเกี่ยวกับการสร้างภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ได้เคยไปชมสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้มาครั้งนึง เมื่อไม่นานมานี้
เป็นพื้นที่ในกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ อำเภอเมือง กาญจนบุรี
เนื้อที่เท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่ากว้างมากครับ
จริงๆ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาเล่าเรื่องนี้หรอกนะครับ ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ ก็ผ่านไปหลายที่
เพื่อนร่วมทริปก็มากมายเหลือเกิน ทริปท่องเที่ยว ก็คงหนีไม่พ้นถ่ายรูป
ทริปนี้ผมคิดผิดที่ไม่เอากล้อง SLR ไปด้วย แต่ดันเอา Notebook ไปแทน
แทนที่จะได้ถ่ายรูปสนุกสนาน กลายเป็นต้องไปทำงานนอกสถานที่ซะ
(ไปเที่ยว อย่าเอาอุปกรณ์ทำงานไปนะครับ)
จังหวะที่นั่งทำงาน แล้วคนอื่นๆไปทำกิจกรรมกัน ก็ได้รับตำแหน่งรับฝากของไปด้วย
มีโอกาสได้จับสองตัวนี้เทียบกัน ก็เห็นจะจะ ว่ามันคนละเรื่องกันเลย
ผมคงไม่บรรยายรายละเอียดอะไรนะครับงานนี้
งานนี้เจ้าตัวเล็กมากับเลนส์ 50mm. ตัวที่ใครๆก็มีติดกระเป๋า
ส่วนเจ้าตัวใหญ่ใส่ 35mm. LEICA ปรับมือล้วนๆ
พูดถึงเจ้าตัวใหญ่นี่ ใหญ่ หนัก ไม่ใช่ของเล่นจริงๆครับ
จับเจ้านี่ ต้องเอาจริงเอาจังพอสมควร สาวๆวัยรุ่นมาถือ ซักพักคงทิ้ง เพราะหนักมาก
ตัวกล้องมาแบบเนียนๆ แน่นๆ จับถือเข้ามือเหลือเกิน เหมาะกับมือผมจริงๆ (มือใหญ่)
ปุ่มปรับต่างๆ มีมาให้แบบไม่ต้องหามากมายก็เจอและใช้งานง่าย (มียากบ้าง)
การใช้งานร่วมกับ Fix 35mm. ของ LEICA ก็นุ่มเนียนเข้ากันได้ดีทีเดียว
ประมาณว่า เทียบรุ่นกันได้ ภาพที่ได้ก็จะดูแปลกตา ทั้งสี ความเปรียบต่าง ความชัด
การปรับด้วยมือ ทำให้ได้ความรู้สึกเก่าๆกลับมาอีกครั้ง
ภาพที่ได้จากกล้องทั้งสองตัว เทียบกันไม่ได้ ไม่ใช่เพราะคนละชั้นกันนะครับ
อย่าเอามาเทียบกันดีกว่าครับ มันไม่เหมือนกันเลย ทั้งตัวรับภาพทั้งเลนส์
หรือจะเทียบให้เห็นกันชัดๆ เค้าว่ากันว่า 550D เป็น Baby 7D
งั้นเจ้าตัวเล็กนี้ ก็คงเป็นไข่ ไม่ก็..... ก่อนผสม อิอิ
มีเรื่องมาเล่าแค่นี้เองครับ จะกล้องอะไร เลนส์อะไรก็ถ่ายรูปให้สวยได้นะครับ
ถ้าเราใช้กล้อง เลนส์ และความรู้ที่มีให้เป็นประโยชน์ ใช้ให้เต็มขีดความสามารถ
ช่วงนี้ก็จะเห็นมีการคุยเรื่องแสง และองค์ประกอบภาพมากขึ้น นี่ก็เรื่องนึงครับ
ไว้คงจะมีอะไรมาเล่าอีกครับ
ขอให้สนุกกับการถ่ายภาพนะครับ
สวัสดีครับ
Wednesday, April 7, 2010
จะซื้อกล้องที่ไหนดี
สวัสดีครับ กลับมาอีกครั้ง กับคำถามประจำ (แต่แปลกกว่าเดิม)
"จะซื้อ D90 ร้านไหนดี ที่มีของแถมเยอะๆ"
ดูจากคำถามแล้ว ก็แสดงว่าเลือกรุ่นได้แล้ว ที่เหลือก็หาร้านที่จะซื้อ
ก่อนที่จะมาถามผมแบบนี้ ก็แสดงว่าหาข้อมูล ทำการบ้านมาเรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านั้นไปอีก ผมจำได้คุ้นๆว่าเคยมาถามผมก่อนแล้วว่า "ซื้อกล้องอะไรดี"
ก็อย่างที่เคยบอกไป สมัยนี้เด็กตัวเล็กๆยังถือกล้องกันเลย อันนั้นไม่ซีเรียส เพราะไม่ต้องเลือก
ยกระดับเลยวัยเด็กมาหน่อย ก็จะหันมาเลือกกล้องที่เป็น SLR หรือ SLR like
สำหรับผม คำตอบสุดท้ายที่มักจะตอบไปก่อน คือ มีงบเท่าไหร่ ซื้อของที่จำเป็นให้เต็มงบไปเลย
--ของที่จำเป็น กระเป๋า ขาตั้งกล้อง แฟลช เลนส์ ฯลฯ--
ทำไมถึงบอกว่าเป็นคำตอบสุดท้ายนะเหรอ ก็คือเมื่อศึกษาข้อมูลไประดับนึงแล้ว สุดท้ายก็ต้องดูที่งบ
หากเป็นคนที่ใหม่จริงๆ ก็จะยังเลือกไม่ได้ รุ่นไหน ราคาเท่าไหร่ ต่างกับอีกรุ่นยังไง ไม่รู้
ผมก็จะแนะนำให้ไปดูราคากล้องจากร้านต่างๆก่อนเลย ราคาจะไม่ต่างกันมานัก
ราคาแต่ละร้านที่ว่าก็จะมีสองแบบ คือประกันร้าน กับประกันศูนย์
ประกันร้าน คือของที่นำเข้ามานอกระบบปกติ ไม่ผ่านผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ ร้านต้องประกันเอง
ประกันศูนย์ คือของที่นำเข้ามา ผ่านตัวแทนจำหน่าย มีการรับประกันจากศูนย์ หรือตัวแทนจำหน่าย
ประกันร้านจะถูกกว่าพอสมควรครับ แต่ปกติผมจะไม่แนะนำให้ใครซื้อ เพราะเรื่องแบบนี้
เป็นเรื่องของความซวยซะมาก ของอยู่ในประกัน อยู่ดีดีก็เสีย ไร้เหตุผล
ร้านอาจไม่รับผิดชอบก็ได้ใครจะไปรู้ครับ สัญญากันปากปล่าว ของศูนย์อุ่นใจกว่าเยอะครับ
แต่ถ้ามั่นใจว่าไม่ซวย ก็ซื้อของถูกไป จริงๆก็มาตรฐานเดียวกัน
--อ่าว สรุปยังไงเนี่ย--ก็ถ้าไม่ซวย มันก็ไม่เสียไงครับ--ถ้าซวยมันเสียก็วัดใจกับร้านละกัน--
หลังจากสำรวจราคากันแล้ว เราก็จะได้กล้องมาหลายรุ่นเลยหล่ะครับ แล้วแต่งบครับ
คนที่งบเยอะๆก็จะได้ราคามาทั้งกล้องระดับล่างๆสำหรับมือใหม่ไปยันกลาง-สูงกันเลย
ส่วนคนที่งบน้อยๆ ก็จะได้มาในช่วงระดับล่างๆ หรือระดับกลางต้นๆ (กลางตกรุ่น)
จากนั้นก็จะมีคำถามมาอีกเพียบหล่ะครับ ฟังชั่นอันนั้นเอาไว้ทำอะไร อันนี้ดีไม๊ ต้องมีรึป่าว.....
ก็ตอบคำถามกันไป สุดท้ายก็จะมาจบที่ราคาอีกครั้ง ตัวที่แพงกว่า มักจะดีกว่า เป็นส่วนใหญ่นะครับ
ช่วงนี้คนซื้อจะ งง และสับสนมาก ผมก็ต้องมาถามกลับไปว่า อันไหนจำเป็นต้องใช้บ้าง (ไม่รู้อีก)
เช่นช่วงนี้ Trend ถ่ายภาพเคลื่อนไหวกำลังมา ก็ต้องถามว่า จำเป็นรึป่าว (ไม่รู้อีก งง)
ยังไงซะก็ตัดสินใจไม่ได้ ไปหาข้อมูลเพิ่มกันก่อนละกันนะ อิอิ
หลังจากนั้นก็จะมีคำถามมาเรื่อยๆครับ เริ่มจะรู้มากขึ้น มีข้อมูลมากขึ้น
นอกจากจะหาข้อมูลต่างๆแล้ว ผมมักจะแนะนำให้ไปจับกล้องในร้าน หรือของเพื่อนๆ เล่นดู
ของเพื่อนจะเล่นได้สดวกใจมากกว่าไปร้าน แต่ไปร้านจะได้เล่นหลายตัวมากกว่าครับ
รึไม่ก็ไปตีซี้กับพวกชมรมเวบต่างๆเลยก็ดี ข้อมูลเพียบครับ ของเล่นก็เพียบ
การได้สัมผัสไป พร้อมกับศึกษาไปจะทำให้เราเข้าใจมากขึ้น ตัดสินใจง่ายขึ้นนะครับ
กล้องต่างรุ่นต่างราคา ต่างฟังชั่นการทำงาน คุณภาพชิ้นงาน การใช้งาน เหล่านี้จะช่วยได้ครับ
แต่ก็อีกนั่นแหละ มือใหม่มากๆ ก็จะบอกว่า "แหะๆ หนูไม่รู้อ่ะ ไม่รู้สึกต่างอะไร"
หรือมีอีกพวกที่ใหม่มาก และรีบ จะเอาแล้วอ่ะ เลือกให้หน่อย ผมไม่เลือกให้นะครับ เดี๋ยวจะมาโทษกันอีก
ถ้ามาแนวนี้ ผมก็จะให้ไปลองจับ ลองเล่นที่ร้าน แล้วก็ซื้อเลยครับ ชอบอันไหนเอาอันนั้น
เลือกไม่ถูกก็เอาร้านเชียร์ หรือโยนหัวก้อยละกัน
กล้องตัวนี้คงไม่ได้ใช้ไปทั้งชีวิตเป็นแน่
ถ้าไม่เลิกไปซะก่อน คงต้องมีตัวใหม่ ซื้อเพิ่ม หรืออื่นๆ เป็นการศึกษา และใช้งานไปในตัว
การเปลี่ยนกล้อง ย้ายค่าย เพิ่มเลนส์ เป็นเรื่องปกติของคนที่ชอบในการถ่ายภาพ
คนที่ไม่ชอบจริงจัง วันนึงก็จะเลิกไปเอง เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยไปครับ
สำหรับ SLR เลือกกล้องแล้วก็ยังต้องเลือกเลนส์ ปกติผมจะแนะนำเลนส์ kit สำหรับมือใหม่นะครับ
ไม่ต้องคิดมา ใช้ไปก่อน แล้วค่อยซื้อเพิ่ม มือไม่ใหม่เค้ารู้อยู่แล้วว่าจะซื้ออะไร (เช่น Macro ในตอนที่แล้ว)
เมื่อเลือกได้แล้ว กล้องอะไร เลนส์อะไร กระเป๋าอะไร อย่างอื่นเอาไม๊
ก็เลือกร้าน ซื้อกันได้เลยครับผม แต่ร้านไหนก็เลือกเองนะครับ ผมไม่รู้
วิธีเลือกร้านของผม เอาร้านที่มีบริการ มั่นคงไม่ปิดหนี คนขายมีความรู้แนะนำได้
ร้านเล็กๆใช่ว่าไม่ดีนะครับ เค้าอาจบริการดี มีทุกอย่างที่บอกก็ได้ อันนี้ต้องศึกษาเองครับ
ผมก็แค่มาเล่าให้ฟังเท่านั้น
มีคำถามก็ยิงกันมาได้นะครับ ตอบได้ก็จะตอบให้นะครับ
สวัสดีครับ
"จะซื้อ D90 ร้านไหนดี ที่มีของแถมเยอะๆ"
ดูจากคำถามแล้ว ก็แสดงว่าเลือกรุ่นได้แล้ว ที่เหลือก็หาร้านที่จะซื้อ
ก่อนที่จะมาถามผมแบบนี้ ก็แสดงว่าหาข้อมูล ทำการบ้านมาเรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านั้นไปอีก ผมจำได้คุ้นๆว่าเคยมาถามผมก่อนแล้วว่า "ซื้อกล้องอะไรดี"
ก็อย่างที่เคยบอกไป สมัยนี้เด็กตัวเล็กๆยังถือกล้องกันเลย อันนั้นไม่ซีเรียส เพราะไม่ต้องเลือก
ยกระดับเลยวัยเด็กมาหน่อย ก็จะหันมาเลือกกล้องที่เป็น SLR หรือ SLR like
สำหรับผม คำตอบสุดท้ายที่มักจะตอบไปก่อน คือ มีงบเท่าไหร่ ซื้อของที่จำเป็นให้เต็มงบไปเลย
--ของที่จำเป็น กระเป๋า ขาตั้งกล้อง แฟลช เลนส์ ฯลฯ--
ทำไมถึงบอกว่าเป็นคำตอบสุดท้ายนะเหรอ ก็คือเมื่อศึกษาข้อมูลไประดับนึงแล้ว สุดท้ายก็ต้องดูที่งบ
หากเป็นคนที่ใหม่จริงๆ ก็จะยังเลือกไม่ได้ รุ่นไหน ราคาเท่าไหร่ ต่างกับอีกรุ่นยังไง ไม่รู้
ผมก็จะแนะนำให้ไปดูราคากล้องจากร้านต่างๆก่อนเลย ราคาจะไม่ต่างกันมานัก
ราคาแต่ละร้านที่ว่าก็จะมีสองแบบ คือประกันร้าน กับประกันศูนย์
ประกันร้าน คือของที่นำเข้ามานอกระบบปกติ ไม่ผ่านผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ ร้านต้องประกันเอง
ประกันศูนย์ คือของที่นำเข้ามา ผ่านตัวแทนจำหน่าย มีการรับประกันจากศูนย์ หรือตัวแทนจำหน่าย
ประกันร้านจะถูกกว่าพอสมควรครับ แต่ปกติผมจะไม่แนะนำให้ใครซื้อ เพราะเรื่องแบบนี้
เป็นเรื่องของความซวยซะมาก ของอยู่ในประกัน อยู่ดีดีก็เสีย ไร้เหตุผล
ร้านอาจไม่รับผิดชอบก็ได้ใครจะไปรู้ครับ สัญญากันปากปล่าว ของศูนย์อุ่นใจกว่าเยอะครับ
แต่ถ้ามั่นใจว่าไม่ซวย ก็ซื้อของถูกไป จริงๆก็มาตรฐานเดียวกัน
--อ่าว สรุปยังไงเนี่ย--ก็ถ้าไม่ซวย มันก็ไม่เสียไงครับ--ถ้าซวยมันเสียก็วัดใจกับร้านละกัน--
หลังจากสำรวจราคากันแล้ว เราก็จะได้กล้องมาหลายรุ่นเลยหล่ะครับ แล้วแต่งบครับ
คนที่งบเยอะๆก็จะได้ราคามาทั้งกล้องระดับล่างๆสำหรับมือใหม่ไปยันกลาง-สูงกันเลย
ส่วนคนที่งบน้อยๆ ก็จะได้มาในช่วงระดับล่างๆ หรือระดับกลางต้นๆ (กลางตกรุ่น)
จากนั้นก็จะมีคำถามมาอีกเพียบหล่ะครับ ฟังชั่นอันนั้นเอาไว้ทำอะไร อันนี้ดีไม๊ ต้องมีรึป่าว.....
ก็ตอบคำถามกันไป สุดท้ายก็จะมาจบที่ราคาอีกครั้ง ตัวที่แพงกว่า มักจะดีกว่า เป็นส่วนใหญ่นะครับ
ช่วงนี้คนซื้อจะ งง และสับสนมาก ผมก็ต้องมาถามกลับไปว่า อันไหนจำเป็นต้องใช้บ้าง (ไม่รู้อีก)
เช่นช่วงนี้ Trend ถ่ายภาพเคลื่อนไหวกำลังมา ก็ต้องถามว่า จำเป็นรึป่าว (ไม่รู้อีก งง)
ยังไงซะก็ตัดสินใจไม่ได้ ไปหาข้อมูลเพิ่มกันก่อนละกันนะ อิอิ
หลังจากนั้นก็จะมีคำถามมาเรื่อยๆครับ เริ่มจะรู้มากขึ้น มีข้อมูลมากขึ้น
นอกจากจะหาข้อมูลต่างๆแล้ว ผมมักจะแนะนำให้ไปจับกล้องในร้าน หรือของเพื่อนๆ เล่นดู
ของเพื่อนจะเล่นได้สดวกใจมากกว่าไปร้าน แต่ไปร้านจะได้เล่นหลายตัวมากกว่าครับ
รึไม่ก็ไปตีซี้กับพวกชมรมเวบต่างๆเลยก็ดี ข้อมูลเพียบครับ ของเล่นก็เพียบ
การได้สัมผัสไป พร้อมกับศึกษาไปจะทำให้เราเข้าใจมากขึ้น ตัดสินใจง่ายขึ้นนะครับ
กล้องต่างรุ่นต่างราคา ต่างฟังชั่นการทำงาน คุณภาพชิ้นงาน การใช้งาน เหล่านี้จะช่วยได้ครับ
แต่ก็อีกนั่นแหละ มือใหม่มากๆ ก็จะบอกว่า "แหะๆ หนูไม่รู้อ่ะ ไม่รู้สึกต่างอะไร"
หรือมีอีกพวกที่ใหม่มาก และรีบ จะเอาแล้วอ่ะ เลือกให้หน่อย ผมไม่เลือกให้นะครับ เดี๋ยวจะมาโทษกันอีก
ถ้ามาแนวนี้ ผมก็จะให้ไปลองจับ ลองเล่นที่ร้าน แล้วก็ซื้อเลยครับ ชอบอันไหนเอาอันนั้น
เลือกไม่ถูกก็เอาร้านเชียร์ หรือโยนหัวก้อยละกัน
กล้องตัวนี้คงไม่ได้ใช้ไปทั้งชีวิตเป็นแน่
ถ้าไม่เลิกไปซะก่อน คงต้องมีตัวใหม่ ซื้อเพิ่ม หรืออื่นๆ เป็นการศึกษา และใช้งานไปในตัว
การเปลี่ยนกล้อง ย้ายค่าย เพิ่มเลนส์ เป็นเรื่องปกติของคนที่ชอบในการถ่ายภาพ
คนที่ไม่ชอบจริงจัง วันนึงก็จะเลิกไปเอง เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยไปครับ
สำหรับ SLR เลือกกล้องแล้วก็ยังต้องเลือกเลนส์ ปกติผมจะแนะนำเลนส์ kit สำหรับมือใหม่นะครับ
ไม่ต้องคิดมา ใช้ไปก่อน แล้วค่อยซื้อเพิ่ม มือไม่ใหม่เค้ารู้อยู่แล้วว่าจะซื้ออะไร (เช่น Macro ในตอนที่แล้ว)
เมื่อเลือกได้แล้ว กล้องอะไร เลนส์อะไร กระเป๋าอะไร อย่างอื่นเอาไม๊
ก็เลือกร้าน ซื้อกันได้เลยครับผม แต่ร้านไหนก็เลือกเองนะครับ ผมไม่รู้
วิธีเลือกร้านของผม เอาร้านที่มีบริการ มั่นคงไม่ปิดหนี คนขายมีความรู้แนะนำได้
ร้านเล็กๆใช่ว่าไม่ดีนะครับ เค้าอาจบริการดี มีทุกอย่างที่บอกก็ได้ อันนี้ต้องศึกษาเองครับ
ผมก็แค่มาเล่าให้ฟังเท่านั้น
มีคำถามก็ยิงกันมาได้นะครับ ตอบได้ก็จะตอบให้นะครับ
สวัสดีครับ
Friday, March 19, 2010
Macro
สวัสดีครับ
ผมเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด ซึ่งเป็นที่ที่ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า ครั้งก่อนที่ไปที่นั่น มีเพื่อนโทรมาถามเรื่องเลนส์
เค้าอยากได้เลนส์มาโครครับ ก็เลยให้คำแนะนำไปตามแนวทางของผม
จริงๆจุดประสงค์ของการถ่ายมาโคร คือการถ่ายของเล็กๆ ให้มันใหญ่ ขยายมันขึ้นมา เก็บรายละเอียด
ฉะนั้น เลนส์ที่ใช้ต้องเน้นอัตราขยายสูงๆ เก็บรายละเอียดให้ได้มากๆ คมจัด ชัดจริง
เลนส์ที่เป็นมาโครตอนนี้ ที่เห็นๆจะมีอยู่สองแบบหลักๆ คือ มาโครแท้ๆ กับพวกเทเลมาโคร
มาโครแท้ๆที่ว่า คือจะมีอัตราขยาย เป็น 1:1 ชิ้นเลนส์ถูกออกแบบมาให้เก็บรายละเอียดได้สูง
เท่าที่เจอมาจะเป็นเลนส์ fix ทั้งหมดครับ เริ่มตั้งแต่ 60mm., 85mm., 100mm., 105mm. หรืออื่นๆ
อัตราขยายที่ว่า 1:1 คือภาพที่ตกลงบนตัวรับภาพ (ไม่ว่าจะฟิล์ม หรือ sensor) จะมีขนาดเท่าของจริง
ยกตัวอย่างว่า ฟิล์ม ถ้าเราถ่ายเหรียญ 1 บาท เมื่อล้างฟิล์มมาแล้ว เหรียญในฟิล์มจะเท่าเหรียญจริง
แต่ถ้าเป็น Digital ก็จะเอามาเทียบลำบากครับ
ส่วนพวกเลนส์เทเลมาโคร จะเป็นเลนส์เทเลซูมนั่นแหละ สามารถสร้างอัตราขยายได้ไม่ถึง 1:1
เท่าที่เคยเจอมาจะเป็น 1:4 ซะเป็นส่วนมากเลยครับ (1:2 ก็มีนะครับ)
เลนส์ที่ว่าก็จะอยู่ในช่วง 70-300, 100-300 ฯลฯ
ไม่ว่าจะเป็นมาโครแบบไหน ก็จะต้องถ่ายให้ใกล้ที่สุดเท่าที่เลนส์จะทำได้ ถึงจะได้อัตราขยายสูงสุด
นอกจากเลนส์มาโครแล้ว การถ่ายของเล็กๆให้ใหญ่ ก็มีวิธีอื่นๆอีกครับ ไว้จะพูดถึงอีกทีนึงนะครับ
มาดูตัวอย่างเลนส์กันดีกว่าครับ

ตัวนี้คือ Sigma APO MACRO 150mm F2.8 EX DG HSM
Lens Construction
16 Elements in 12 Groups
Angle of View 16.4 degrees
Number of Diaphragm Blades 9 Blades
Minimum Aperture F22
Minimum Focusing Distance 38cm/15.0 in.
Maximum Magnification 1:1
Filter Size Diameter 72mm
Dimensions Diameter 79.6mm X Length 137mm
3.1 in. X 5.4 in.
Weight 895g/31.6 oz.
Corresponding AF Mounts SIGMA, CANON, NIKON (D)* Nikon mount of this lens is not equipped with an aperture ring, therefore, depending on the camera model some functions may not work.
อีกตัวนึง เทเลละกัน
Sigma APO 70-300mm F4-5.6 DG MACRO

Lens Construction 14 Elements in 10 Groups
Angle of View 34.3 - 8.2 degrees
Number of Diaphragm Blades 9 Blades
Minimum Aperture F22
Minimum Focusing Distance 150cm / 95cm(Macro mode)
Maximum Magnification 1:4.1 / 1:2(Macro mode)
Filter Size Diameter 58mm
Dimensions Diameter 76.6mm X Length 122mm
Weight 550g
สองตัวนี้ ต่างกันยังไง ก็อย่างบอกไปแล้ว ตัวบน fix ได้อัตราขยาย 1:1 ครับ 150mm.
ตัวล่าง เป็นเทเลซูม ได้อัตราขยายที่ 1:2 ใน Macro Mode ซูมได้
มาถึงคำถามสุดท้าย แล้วจะเลือกซื้อยังไงหล่ะ
อันนี้แหละครับ ตอบยาก ของแบบนี้ต้องลองถึงจะรู้ครับ
ยกตัวอย่างผมเอง ตอนนี้มี 100mm. macro อยู่ 1 ตัว สิ่งที่รู้สึกได้
โฟกัสได้ใกล้สุดที่ 30 cm. ไม่มีปัญหา
ทางยาวโฟกัส 100mm. ถ่าย Portrait ก็พอได้ แต่ต้องถอยไกลหน่อย คมเกินไป
ถ่ายงานทั่วไป ลำบาก ใช้เป็นเทเลก็พอได้ครับ แต่ซูมไม่ได้
คิดไปคิดมา ถ้าตอนนั้นซื้อ 60mm. macro คงจะเหมาะกว่า และอาจไม่ต้องซื้อ 50mm. fix มาอีกตัว
อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ
ยังไงจะเลือกซื้อ ก็มองหาประโยชน์ในแนวอื่นไว้ด้วยนะครับ
จะได้ประหยัดงบ ไม่ต้องแบกของเยอะเกินไป
แต่ถ้ามีงบเยอะ ก็ซื้อมาเผื่อเลือก รีดคุณภาพแบบสุดๆละกันครับ
เอาไว้เท่านี้ก่อนละกันครับ
ขอให้สนุกกับการถ่ายภาพนะครับ
สวัสดีครับ
ผมเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด ซึ่งเป็นที่ที่ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า ครั้งก่อนที่ไปที่นั่น มีเพื่อนโทรมาถามเรื่องเลนส์
เค้าอยากได้เลนส์มาโครครับ ก็เลยให้คำแนะนำไปตามแนวทางของผม
จริงๆจุดประสงค์ของการถ่ายมาโคร คือการถ่ายของเล็กๆ ให้มันใหญ่ ขยายมันขึ้นมา เก็บรายละเอียด
ฉะนั้น เลนส์ที่ใช้ต้องเน้นอัตราขยายสูงๆ เก็บรายละเอียดให้ได้มากๆ คมจัด ชัดจริง
เลนส์ที่เป็นมาโครตอนนี้ ที่เห็นๆจะมีอยู่สองแบบหลักๆ คือ มาโครแท้ๆ กับพวกเทเลมาโคร
มาโครแท้ๆที่ว่า คือจะมีอัตราขยาย เป็น 1:1 ชิ้นเลนส์ถูกออกแบบมาให้เก็บรายละเอียดได้สูง
เท่าที่เจอมาจะเป็นเลนส์ fix ทั้งหมดครับ เริ่มตั้งแต่ 60mm., 85mm., 100mm., 105mm. หรืออื่นๆ
อัตราขยายที่ว่า 1:1 คือภาพที่ตกลงบนตัวรับภาพ (ไม่ว่าจะฟิล์ม หรือ sensor) จะมีขนาดเท่าของจริง
ยกตัวอย่างว่า ฟิล์ม ถ้าเราถ่ายเหรียญ 1 บาท เมื่อล้างฟิล์มมาแล้ว เหรียญในฟิล์มจะเท่าเหรียญจริง
แต่ถ้าเป็น Digital ก็จะเอามาเทียบลำบากครับ
ส่วนพวกเลนส์เทเลมาโคร จะเป็นเลนส์เทเลซูมนั่นแหละ สามารถสร้างอัตราขยายได้ไม่ถึง 1:1
เท่าที่เคยเจอมาจะเป็น 1:4 ซะเป็นส่วนมากเลยครับ (1:2 ก็มีนะครับ)
เลนส์ที่ว่าก็จะอยู่ในช่วง 70-300, 100-300 ฯลฯ
ไม่ว่าจะเป็นมาโครแบบไหน ก็จะต้องถ่ายให้ใกล้ที่สุดเท่าที่เลนส์จะทำได้ ถึงจะได้อัตราขยายสูงสุด
นอกจากเลนส์มาโครแล้ว การถ่ายของเล็กๆให้ใหญ่ ก็มีวิธีอื่นๆอีกครับ ไว้จะพูดถึงอีกทีนึงนะครับ
มาดูตัวอย่างเลนส์กันดีกว่าครับ
ตัวนี้คือ Sigma APO MACRO 150mm F2.8 EX DG HSM
Lens Construction
16 Elements in 12 Groups
Angle of View 16.4 degrees
Number of Diaphragm Blades 9 Blades
Minimum Aperture F22
Minimum Focusing Distance 38cm/15.0 in.
Maximum Magnification 1:1
Filter Size Diameter 72mm
Dimensions Diameter 79.6mm X Length 137mm
3.1 in. X 5.4 in.
Weight 895g/31.6 oz.
Corresponding AF Mounts SIGMA, CANON, NIKON (D)* Nikon mount of this lens is not equipped with an aperture ring, therefore, depending on the camera model some functions may not work.
อีกตัวนึง เทเลละกัน
Sigma APO 70-300mm F4-5.6 DG MACRO
Lens Construction 14 Elements in 10 Groups
Angle of View 34.3 - 8.2 degrees
Number of Diaphragm Blades 9 Blades
Minimum Aperture F22
Minimum Focusing Distance 150cm / 95cm(Macro mode)
Maximum Magnification 1:4.1 / 1:2(Macro mode)
Filter Size Diameter 58mm
Dimensions Diameter 76.6mm X Length 122mm
Weight 550g
สองตัวนี้ ต่างกันยังไง ก็อย่างบอกไปแล้ว ตัวบน fix ได้อัตราขยาย 1:1 ครับ 150mm.
ตัวล่าง เป็นเทเลซูม ได้อัตราขยายที่ 1:2 ใน Macro Mode ซูมได้
มาถึงคำถามสุดท้าย แล้วจะเลือกซื้อยังไงหล่ะ
อันนี้แหละครับ ตอบยาก ของแบบนี้ต้องลองถึงจะรู้ครับ
ยกตัวอย่างผมเอง ตอนนี้มี 100mm. macro อยู่ 1 ตัว สิ่งที่รู้สึกได้
โฟกัสได้ใกล้สุดที่ 30 cm. ไม่มีปัญหา
ทางยาวโฟกัส 100mm. ถ่าย Portrait ก็พอได้ แต่ต้องถอยไกลหน่อย คมเกินไป
ถ่ายงานทั่วไป ลำบาก ใช้เป็นเทเลก็พอได้ครับ แต่ซูมไม่ได้
คิดไปคิดมา ถ้าตอนนั้นซื้อ 60mm. macro คงจะเหมาะกว่า และอาจไม่ต้องซื้อ 50mm. fix มาอีกตัว
อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ
ยังไงจะเลือกซื้อ ก็มองหาประโยชน์ในแนวอื่นไว้ด้วยนะครับ
จะได้ประหยัดงบ ไม่ต้องแบกของเยอะเกินไป
แต่ถ้ามีงบเยอะ ก็ซื้อมาเผื่อเลือก รีดคุณภาพแบบสุดๆละกันครับ
เอาไว้เท่านี้ก่อนละกันครับ
ขอให้สนุกกับการถ่ายภาพนะครับ
สวัสดีครับ
Friday, March 5, 2010
Micro four thirds system.(2)
สวัสดีครับ วันนี้ 5 มีนาคม 2553
ภาคต่อของ Micro four thirds ก็มา อิิอิ
ก็ประมาณนั้นนะครับ ทำไมถึง four thirds คงรู้กันแล้ว
ต่อไปก็คงจะไม่ยาวมากละครับ กะว่าจะจบตอนนี้แหละ
ถ้าย้อนกลับไปตอนสอนถ่ายภาพ คงจะพอมองเห็นว่า ส่วนประกอบของกล้อง SLR มีอะไรบ้าง
เล่าใหม่สั้นๆ แสงจะผ่านเลนส์ มายังกระจกสะท้อนภาพ ขึ้นมาสะท้อนเข้ามาที่ช่องมองภาพ
พอเราจัดแจงวัดแสง โฟกัส เรียบร้อย ตอนถ่ายจริง กระจกสะท้อนภาพก็จะกระดกหลบ
แสงก็จะผ่านไปได้ ชัตเตอร์ก็เปิดรับแสง และปิด เป็นอันจบกระบวนการถ่ายภาพ
Micro four thirds จับเอากล้อง SLR มาถอดกระจกสะท้อนภาพออก เพื่อลดความหนา
ช่องมองภาพก็หายตามไป ได้เป็น EVF=Electronics View Finder มาแทน
หรืออาจย้อนยุคกลับไปหา View Finder แบบโบราณแบบกล้อง Range Finder
คือเป็นช่องมองภาพแบบแยก ไม่ได้มองผ่านเลนส์ที่ใช้รับภาพ (อาจมีความคลาดเคลื่อน)
แต่แลดู คลาสสิค เก๋า ว่างั้น แหะๆ
ที่แน่ๆ ดูได้จาก LCD หลังกล้องอ่ะนะครับ
ก่อนจะไปไกล ดูรูปดีกว่า

ภาพจาก http://www.four-thirds.org/en/microft/index.html นะครับ
จากรูปก็พอจะเห็นว่า กล้องมันบางลง โครงสร้างมันก็เปลี่ยนไป
เป็น SLR แปลงกาย เค้าถึงได้สรรเสริญมันว่า "ได้ภาพใกล้เคียง SLR"
รูปอันบนสุดคือ ระยะระหว่างเลนส์กับตัวรับภาพ
เลนส์อันใหญ่คือ four thirds (SLR) อันเล็กคือของ Micro four thirds
จะเห็นว่า เลนส์มันก็จะเล็กลงไปด้วย (หากใครสงสัยว่า เลนส์มันเล็กว่า แล้วจะใกล้เคียง SLR ได้ไง)
รูปกลาง กับล่างก็คือ ผ่ามันทั้งสองอันให้ดู ว่ามีกระจก กับไม่มีกระจกงะ
อ่ะ ก็มาดูกันบ้างว่า ตอนนี้มันมีกี่รุ่น อะไรกันบ้างนะครับ
http://www.four-thirds.org/en/microft/body.html
ไปดูตาม link เอาละกันนะครับ (อารมณ์สะดุด เขียนต่อไม่ไหว อิอิ)
แต่ละตัวก็มีอะไรต่างๆกันไป อยากรู้อะไรก็ comment ไว้ได้นะครับ
ตอบได้จะตอบให้ ตอบไม่ได้ ก็จะลองดูก่อน
สวัสดีครับ
ภาคต่อของ Micro four thirds ก็มา อิิอิ
ก็ประมาณนั้นนะครับ ทำไมถึง four thirds คงรู้กันแล้ว
ต่อไปก็คงจะไม่ยาวมากละครับ กะว่าจะจบตอนนี้แหละ
ถ้าย้อนกลับไปตอนสอนถ่ายภาพ คงจะพอมองเห็นว่า ส่วนประกอบของกล้อง SLR มีอะไรบ้าง
เล่าใหม่สั้นๆ แสงจะผ่านเลนส์ มายังกระจกสะท้อนภาพ ขึ้นมาสะท้อนเข้ามาที่ช่องมองภาพ
พอเราจัดแจงวัดแสง โฟกัส เรียบร้อย ตอนถ่ายจริง กระจกสะท้อนภาพก็จะกระดกหลบ
แสงก็จะผ่านไปได้ ชัตเตอร์ก็เปิดรับแสง และปิด เป็นอันจบกระบวนการถ่ายภาพ
Micro four thirds จับเอากล้อง SLR มาถอดกระจกสะท้อนภาพออก เพื่อลดความหนา
ช่องมองภาพก็หายตามไป ได้เป็น EVF=Electronics View Finder มาแทน
หรืออาจย้อนยุคกลับไปหา View Finder แบบโบราณแบบกล้อง Range Finder
คือเป็นช่องมองภาพแบบแยก ไม่ได้มองผ่านเลนส์ที่ใช้รับภาพ (อาจมีความคลาดเคลื่อน)
แต่แลดู คลาสสิค เก๋า ว่างั้น แหะๆ
ที่แน่ๆ ดูได้จาก LCD หลังกล้องอ่ะนะครับ
ก่อนจะไปไกล ดูรูปดีกว่า
ภาพจาก http://www.four-thirds.org/en/microft/index.html นะครับ
จากรูปก็พอจะเห็นว่า กล้องมันบางลง โครงสร้างมันก็เปลี่ยนไป
เป็น SLR แปลงกาย เค้าถึงได้สรรเสริญมันว่า "ได้ภาพใกล้เคียง SLR"
รูปอันบนสุดคือ ระยะระหว่างเลนส์กับตัวรับภาพ
เลนส์อันใหญ่คือ four thirds (SLR) อันเล็กคือของ Micro four thirds
จะเห็นว่า เลนส์มันก็จะเล็กลงไปด้วย (หากใครสงสัยว่า เลนส์มันเล็กว่า แล้วจะใกล้เคียง SLR ได้ไง)
รูปกลาง กับล่างก็คือ ผ่ามันทั้งสองอันให้ดู ว่ามีกระจก กับไม่มีกระจกงะ
อ่ะ ก็มาดูกันบ้างว่า ตอนนี้มันมีกี่รุ่น อะไรกันบ้างนะครับ
http://www.four-thirds.org/en/microft/body.html
ไปดูตาม link เอาละกันนะครับ (อารมณ์สะดุด เขียนต่อไม่ไหว อิอิ)
แต่ละตัวก็มีอะไรต่างๆกันไป อยากรู้อะไรก็ comment ไว้ได้นะครับ
ตอบได้จะตอบให้ ตอบไม่ได้ ก็จะลองดูก่อน
สวัสดีครับ
Wednesday, March 3, 2010
ภาพล้านนาในอดีต
ขอคั่นรายการด้วย LINK ดีดีที่ไปเจอมา โดยบังเอิญ
http://library.cmu.ac.th/ntic/picturelanna/
อาจจะเคยเห็นภาพกันมาแล้ว แต่ยังสงสัยว่า ใครถ่าย มาจากไหน
คำตอบอยู่ในนี้แล้วครับ ลองไปหาดูครับ
http://library.cmu.ac.th/ntic/picturelanna/
อาจจะเคยเห็นภาพกันมาแล้ว แต่ยังสงสัยว่า ใครถ่าย มาจากไหน
คำตอบอยู่ในนี้แล้วครับ ลองไปหาดูครับ
Subscribe to:
Comments (Atom)